ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

บทความ

คุณเชื่อหรือไม่ “วันพระใหญ่”  เป็นวัน “ปล่อยของ” ของผู้ที่มีวิชาไสยศาสตร์ มนต์ดำ ระดับสูงที่จะต้องปล่อยของออกไป ไม่เช่นนั้นวิชาไสยศาสตร์จะเข้าตัว โดยความเชื่อแล้วการปล่อยของของผู้ที่เล่นวิชาทางไสยศาสตร์ จะมีทั้งปล่อยของในวันอังคาร วันเสาร์ หรือไม่ก็วันโกน วันพระ เพราะเชื่อว่าเป็นวันที่แข็ง ของจะได้ไม่กลับมาเข้าตัว  เพราะหากไม่ปล่อยของ ก็จะเกิดความเดือดร้อนแก่ตนเอง ทำให้ตนเองต้องมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา  จึงต้องปล่อยของออกไป โดยไม่จำเพาะเจาะจงว่าจะต้องทำใส่ใคร ก็คือปล่อยออกไปแล้ว ก็สุดแท้แต่เวรกรรมของผู้ใดที่จะโดนของนั้น ๆ  เรียกว่า ลมเพลมพัดนั่นเอง ซึ่งคนที่จะถูกลมเพลมพัด โดนของที่ถูกปล่อยมาได้ จะต้องมีกรรมที่มาถึงตัวแล้วเท่านั้น จะหลบอย่างไรก็หลบไม่พ้น และต้องหาทางแก้หรือการถอนของกันต่อไป แต่หากผู้ใดยังไม่มีกรรมที่จะมาถึงก็จะไม่ถูกลมเพลมพัด ขณะเดียวกันก็มีวิธีป้องกันตามที่คนโบราณบอกไว้ เช่น หากวันพระวันโกน มีเสียงดังอะไรเกิดขึ้น ก็อย่าไปทัก เพราะอาจจะเป็นของที่ถูกปล่อยออกมา หากไปทักเข้าของนั้นก็อาจจะเข้าตัวได้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

เมื่อพูดมาขนาดนี้แล้วคงจะเข้าใจว่าการปล่อยของคืออะไร เกิดขึ้นตอนไหน บางคนอาจจะหาทางป้องกันได้ ก็แค่ไม่ร้องทักตอบเสียงเท่านั้น แต่ไม่ใช้กับคนนี้ นามของเธอคือ สาวศรี เธอเป็นสาวสวยคนหนึ่งโตที่กทม. และใช้ชีวิตในกทม. วันหนึ่งเธอและครอบครัวเดินทางกลับไปเยี่ยม ตากับยาย ที่จังหวัดสุรินทร์  โดยเธอไม่เคยรู้เลยว่าอะไรจะเกิดกับต่อนับต่อจากนี้ พอมาถึงหมู่บ้าน เธอก็ได้พักที่บ้านของยายขอเธอ ทุกสิ่งล้วนตื่นตาตื่นใจเธอ เพราะเธอไม่เคยมาที่บ้านของคุณตา กับคุณยาย  และในหมู่บ้านได้ทำการจัดเตรียมงานบุญใหญ่ ในอีก2 วันที่จะมาถึง สาวศรีก็ได้เข้าไปร่วมช่วยจัดงานที่จะมาถึงนี้  แต่ในวันเดียวกันมีคนเดินมาหาเธอเป็นหญิงแก่ที่เธอไม่รู้จัก แล้วได้พูดว่า “ระวังตัวไว้นะนางหนู  ใส่พระ ห้ามตอบรับเสียงเรียกใครในตอนกลางคืน ”  เธอได้แต่งุนงง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรจึงช่วยจัดงานต่อไป และหญิงแก่ได้เดินหายไปจากบริเวณที่อยู่  ต่อรุ่งเช้าเธอได้ไปเดินเที่ยวทุ่งนา สวนผักของคุณตาคุณยาย และได้ช่วยงานท่านจนเย็น และกลับมาจากสวนมาบ้าน เธอรู้สึกถึงความเย็นหวิว ผ่านที่หลังเธอตลอดเวลา ราวกับว่ามีคนเดินผ่านเธอไป เธอได้บอกกับคุณยายของเธอแต่คุณยายของเธอได้แต่บอว่า ไม่เป็นอะไร แค่ไม่คุ้นที่เท่านั้น  

คืนก่อนวันงานบุญ หรือวันพระใหญ่ คืนนั้นก็มีเสียงหมาหอน ดังลั่นไปทั่วหมู่บ้านมันหอนดัง แต่ไม่มีอะไรเดินผ่าน เธอก็แค่เก็บความสงสัยไว้ และเข้านอนไปทั้งอย่างนั้น บ้านของเธอตื่นตั้งแต่ ตี 4 เพื่อทำกับข้าว ขนมไปวัด ทำบุญทุกคนต่างหน้าตาสดชื่น เป็นความอิ่มเอ็มใจอย่างบอกไม่ถูก

หลังจากจบดงานในคืนนั้นสาวศรี ได้ไปยืนตรงหน้าต่างห้องนอนที่บ้านคุณยายของเธอ และมองพระจันทร์ และมีเสียงหมาหอนตลอดเวลา 

พอเวลาดึก ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเงียบ เธอกลับได้ยินเสียงของบางยังดังขึ้น เธอจริงตะโกนออกไปว่า “ใครนะ นั้นใคร” สิ้นเสียงเธอตะโกน เธอกับรู้สึกไม่เป็นตัวเอง เธอจริงรีบเข้านอน พอรุ่งเช้าเธอไม่ยอมตื่นจากที่นอน คุณยายเธอก็ขึ้นมาดูเห็นเธอนอนโทรมอยู่ จริงพาไปหาหมอ หมอแค่บอกว่ามีไข้ คุณยายเลยไปหาหมอธรรม คำพูดแรกที่หมอทธรรมถาม “หลานมึงโดนแล้วไปทักอะไรมา ไม่รู้หรือว่าเมื่อคืนเขาปล่อยของกัน” เท่านั้นคุณยายเลยให้หมอธรรมช่วย และรักษาจนหายดี นี้คงเป็นประสบการณ์ที่ชวนขนลุกของสาวศรีเป็นอย่างดี